สมาคมกาแฟพิเศษเผย ธุรกิจกาแฟในไทยยังโตได้อีก อยากเป็นเจ้าของธุรกิจกาแฟให้มางาน “SCATH and CP RETAILINK Present Thailand Coffee Fest 2016” มหกรรมกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย งานเดียวคุ้ม!

SCATH and CP RETAILINK Present Thailand Coffee Fest 2016มหกรรมกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่จัดโดยสมาคมกาแฟพิเศษไทย(SCATH - Specialty Coffee Association of Thailand) ร่วมกับ CP Retailink และ a day BULLETIN LIFE เป็นมหกรรมงานเทรดโชว์ ที่มากด้วยเรื่องราวและ            เนื้อหาที่ไม่เพียงแต่เอาใจคนรักกาแฟเท่านั้น แต่ยังผนวกกับวิถีและกระบวนการต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย            ทั้งนี้ภายในงานยังได้รวบรวมผู้ผลิต ผู้ปลูก ผู้คั่ว ผู้สกัด ผู้ประกอบการ  และผู้บริโภคที่รักและชื่นชอบกาแฟ          มารวมไว้ในงานเดียว พร้อมทั้งเน้นการให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หรือจากผู้ผลิต          สู่ผู้บริโภค โดยงานนี้จะจัดขึ้นระหว่าง วันพฤหัสบดีที่ 25 ถึง วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์            ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

​นายอภิชา แย้มเกษร นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย กล่าวว่า “ สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2559 คาดว่า          จะสามารถขยายตัว ได้ร้อยละ 3.7 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 2.8 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการ        ใช้จ่ายภาครัฐ ในกองทุนหมู่บ้าน วงเงิน 35,000 ล้านบาท และราคาน้ำมันดิบที่มีราคาต่ำสุดในรอบ 7 ปี รวมทั้ง               การท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยกดดันก็น่าจะมาจากภัยแล้งที่จะมีผลต่อภาคการเกษตร และสภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก ตลาดยังไปได้แต่ก็อาจมีการชะลอตัวบ้าง จากมุมมองเศรษฐกิจจะมีผลกระทบต่อ SME ในธุรกิจกาแฟหรือไม่นั้น? ในส่วนของตลาดกาแฟสดเนื่องจากการดื่มกาแฟเป็นไลฟ์สไตล์ของผู้คนไปแล้ว และ                มีการเติบโตของกลุ่มผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง การขยายตัวของธุรกิจกาแฟยังเติบโตได้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการปลูกและการผลิตกาแฟ เพราะประเทศเรายังผลิตกาแฟไม่พอกับความต้องการใช้ภายในประเทศ ซึ่งประมาณการผลผลิตกาแฟในประเทศไทยปีนี้ อราบิก้าได้ประมาณ 9,000 ตัน และเป็นกาแฟโรบัสต้าประมาณ 17,800 กว่าตัน ราคาเมล็ดกาแฟในประเทศไทยยังสูงกว่ากาแฟจากเพื่อนบ้านเรา เพราะบ้านเรายังมีการเก็บภาษีนำเข้ากาแฟจากกลุ่ม CLMV    สูงถึง 90% ทำให้มีผลต่อราคาเมล็ดกาแฟไทยอยู่ที่ 160-180 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาเมล็ดกาแฟเพื่อนบ้านเราอยู่ที่ 95-105 บาท ซึ่งมีผลดีต่อเกษตรกร แต่ก็กดดันอัตราการเติบโตของการเกิดร้านกาแฟ เพราะต้นทุนเมล็ดกาแฟที่แพงมาก 

ในส่วนตลาดการเปิดร้านกาแฟ ร้านกาแฟในเมืองใหญ่อาจหาทำเลเปิดได้ยากขึ้น ในส่วนต่างจังหวัด               ตลาดยังเปิดกว้างอีกมาก ส่วนตลาดแรงงานพนักงานร้านกาแฟ เนื่องจากร้านกาแฟเปิดขึ้นเยอะ  ภาวะการณ์ขาดแคลนแรงงานก็ตามมา แต่ก็ต้องการแรงงานที่มีฝีมือมากขึ้น สภาพโดยรวมสรุปยังมีโอกาสอีกมากในธุรกิจนี้ เรื่องของ SME           ในส่วนของเกษตรกรต้องเตรียมตัว ประเทศเรามี FTA แต่ยังคงภาษีนำเข้า 90% ทำให้ขายกาแฟได้ราคาแพง             แต่ในอนาคตภาษีก็น่าจะลดลง เกษตรกรก็ต้องเตรียมรับมือกับราคาเมล็ดกาแฟที่ลดลงเข้าสู่ภาวะราคาจริง               ตามตลาดโลก  เกษตรกรคงต้องหันมาทำกาแฟแบบ Specialty Coffee เพื่อให้ได้ราคาดีมากขึ้น เพราะบ้านเราเสียเปรียบเรื่องต้นทุนการผลิต ผู้ประกอบการร้านกาแฟต้องรักษามาตรฐานคุณภาพการชงกาแฟและเครื่องดื่ม และ           การเปิดร้านใหม่หรือขยายสาขาอาจต้องเน้นที่ทำเลดีจริงๆ หรือเป็นทำเลแหล่งท่องเที่ยวจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้นธุรกิจร้านกาแฟในประเทศไทยยังเติบโตได้อีกเยอะ เพราะการบริโภคกาแฟของคนไทยยังน้อยมาก เมื่อเทียบต่ออัตราประชากรในประเทศ  การเกิดร้านกาแฟในเมืองใหญ่อาจมีการเติบโตช้าลง แต่ในต่างจังหวัดการเกิดร้านกาแฟสามารถเติบโตได้อีกมาก  ดังนั้นผู้ประกอบการร้านกาแฟ ณ ปัจจุบันควรหาความรู้เกี่ยวกับกาแฟเพิ่มเติมตลอดเวลา และปรับปรุงทดสอบคุณภาพการชงกาแฟของร้านอย่างสม่ำเสมอ  พร้อมเสาะแสวงหากาแฟคุณภาพดี และแหล่งปลูกใหม่ๆ        หรือสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ มาบริการลูกค้าเพื่อลดความจำเจ

สำหรับผู้ที่ต้องการมีธุรกิจร้านกาแฟ สิ่งจำเป็นที่ท่านต้องมีถึงจะอยู่รอดได้ คือ  

1. มีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับศาสตร์ของกาแฟและการชงกาแฟ 

2. หาอัตลักษณ์และสไตล์ของตนให้เจอ  เพราะสไตล์เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความแตกต่างจากร้านอื่นๆ

3. การเลือกทำเลเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ทำเลต้องดีและเหมาะสม  อยู่ในที่ชุมชน ร้านกาแฟจะอยู่ได้ต้องมีลูกค้าเข้าร้าน หากทำกาแฟรสชาติเยี่ยม  แต่หากไม่มีลูกค้าเข้าร้านก็ประสบความสำเร็จยาก  

และ 4. เทรนด์ของธุรกิจกาแฟในอนาคต ทิศทางจะเป็นร้านกาแฟที่เรียกว่า Third wave คือมีความพิถีพิถัน           ในการทำร้านกาแฟในทุกๆ ด้าน เช่น การเลือกใช้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ หรือเรียกว่า Specialty Coffee จากแหล่งปลูกหลายๆ แหล่งมาบริการลูกค้า ตัวพนักงานชงกาแฟ บาริสต้า (Barista) ต้องมีความเข้าใจในการชงกาแฟอย่างถูกต้อง และสามารถอธิบายเรื่องราวของกาแฟแก่ลูกค้าได้อย่างเข้าใจ  และมีความพิถีพิถันในการตกแต่งร้านและการเลือกใช้อุปกรณ์เครื่องชงกาแฟที่มีคุณภาพ  เพื่อตอบสนองต่อความพึงพอใจของลูกค้ามากยิ่งขึ้น 

ดังนั้นทางสมาคมฯ จึงเล็งเห็นว่า การให้ความรู้ที่ถูกต้องกับผู้ประกอบการในการประกอบธุรกิจกาแฟนั้น       เป็นการแก้ปัญหาของผู้ประกอบการแบบองค์รวมที่ตรงจุดที่สุด ซึ่งในงานเทศกาลกาแฟครั้งนี้ได้มีการสัมมนาและ           การอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้อย่างครบถ้วนและหลากหลาย  ทั้งความรู้เรื่องการชงกาแฟ การคั่วกาแฟ การชิม          การบริหารและการทำการตลาด ตลอดจนการเลือกทำเลฮวงจุ้ยในการทำร้านกาแฟ ทั้งหมดนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจกาแฟได้อย่างประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคตครับ”

ดร.นริศ ธรรมเกื้อกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จํากัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก      งาน Thailand Coffee Fest 2016 มหกรรมกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า “สำหรับใครที่สนใจทำธุรกิจร้านกาแฟก็สามารถเข้ามาที่บูธ ซีพี รีเทลลิงค์ ได้ ซึ่งเราจะมีบริการแนะนำครบเครื่องเรื่องธุรกิจการเปิดร้านกาแฟ อาทิ การเลือกทำเลที่ตั้ง และอุปกรณ์สำหรับประกอบธุรกิจร้านกาแฟโดยไม่มีค่าใช้จ่าย”

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากศิลปินที่หลงใหลในกาแฟ สมชาย เข็มกลัดและ ศุกลวัฒน์ คณารศ                ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจร้านกาแฟของตัวเอง และมินิคอนเสิร์ตจาก เป้ อารักษ์ พร้อมโชว์ Latte Art           โดยสองหนุ่มบาริสต้า ดีกรีแชมป์ระดับประเทศ ภายในงานนี้อีกด้วย

พบกันในงาน SCATH and CP RETAILINK Present Thailand Coffee Fest 2016 มหกรรมกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  ในวันพฤหัสบดีที่ 25 ถึง วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์




ความคิดเห็น